วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทัวร์เวียดนาม ซื้อของฝากเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้

สินค้า ของที่ระลึก ของฝากจากเวียดนาม สินค้าเวียดนามใต้จะแพงกว่าเวียดนามเหนือ
1.เสื้อยืดเวียดนามหรือฮาลอง ตัวละ 50 บาท (2 ตัว 100 บาท) ซื้อที่ตลาดกลางคืนที่ฮาลอง
2. หมวกแก็ป 6 ใบ 100 บาท ซื้อที่ข้างร้านทันลองฮานอย หรือจุดรอขึ้นรถร้านแซน SEN บุฟเฟต์นานาชาติ จุดนี้ซื้อ 6 ใบ 100 บาท แล้ว ต่อราคาเพื่อจะซื้อเพิ่ม 7 ใบ 100 บาท
3. กระเป๋าใส่ของจุกจิกและเศษเงิน ยาวประมาณ 6 นิ้ว ขาย 7 ใบ 100 บาท ที่จุดรอขึ้นรถร้านแซน บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ส่วนกระเป๋าถือผ้าขนาดใหญ่ ใบละ 50 บาท กระเป๋าถือผ้าเล็ก 3 ใบ 100 บาท ยังไม่ได้ต่อรอง แต่ลายไม่ประณีตเลยไม่ได้อุดหนุน (เวียดนามใต้ ราคา 3-5 ใบ 100 บาท)
4. หมวกกะโล่สีเขียว ราคาใบละ 50 บาท ซื้อที่ข้างร้านอาหารทันลองในฮานอยหรือถนน 36 สาย เดินย้อนมาทางแยกนิดนึงเล้วเลี้ยวไปจะพบร้านหมวก (ยึดตามทางรถวิ่งให้เดินย้อน)
5. ขนมถั่วเขียวแบบที่ขายในร้ายยาจีนแต่คนละยี่ห้อ ราคากล่องใหญ่ 50 บาท เลยโรงหุ่นกระบอกน้ำไป 4-5 คูหา(ยึดตามทางรถวิ่งเมื่อรถจอดหน้าโรงหุ่นให้เดินเลยไป)
6. เม็ดบัวใส่อบแห้งซองหรือก่อลงพลาสติก รสชาติดีได้ประโยชน์ (กลับเมืองไทยเลยต้องหาเม็ดบัว OTOP ไทยกินต่อ) ของฝากเวียดนามใต้ที่น่าสนใจคือเม็ดบัวทอดกรอบใส่ถุงฟลอย ถุงละประมาณ 200 บาท ซื้อจากไกด์) มีทั้งเวียดนามเหนือและใต้
7. ผ้าพันคอซื้อบนเรือล่องฮาลองเบย์ 3 ผืน 200 บาท


การใช้เงินในเวียดนาม
การใช้เงินในเวียดนาม แนะนำให้ใช้เงินไทย เงินบาทไทยเรทดีที่สุด ไม่ต้องแลกเงินดอกเวียดนาม หรือแลกที่สนาบินนอยไบด้วยเงินไทยเพียง 500 บาทก็พอใช้แล้วเพราะส่วนใหญ่รับเงินไทย แต่หากอยากแลกเงินดองเวียดนามให้ใช้เงินดอลล่าร์แลกที่สนาบินนอยไบ เรทดีกว่าเงินบาท เรทดอลล่าร์เป็นดองเวียดนาม 1 USD แลกได้ 20997 VND ดองเวียดนาม ส่วนเงินบาท 1 THB แลกได้ 614 VND เวียดนามดอง และแนะให้ให้แลกเพียง 500 บาทไทยก็พอสำหรับอยู่เวียดนาม 4 วัน เพราะใช้เงินไทยเรทดีกว่า (หากแลกกับไกด์จะได้เรท 600 ดองต่อ 1 บาท เพื่อง่ายในการคำนวณเพราะหาเศษเล็ก ๆ ยาก ล่าสุดเดือน ต.ค.ปี 2015 เรทยังเหมือนเดิม 600-700 ดองต่อ 1 บาท เรทมาตรฐาน ยัง 600 ดองต่อ 1 บาท)
ระบบไฟและปลั๊กไฟ

ใช้ระบบไฟเหมือนไทย แนะนำให้ใช้ปลั๊กไฟแบบ 2 ขาทั่วไป กรณีเป็นปลั๊กแบบ 3 ขา(มีสายดิน) ให้เตรียมตัวแปลงเป็น 2 ขา ติดไปด้วย

ทัวร์เที่ยวลาว หาซื้อของฝากลาว หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์

ทัวร์เที่ยวลาว หาซื้อของฝากลาว หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์
การเตรียมตัวทัวร์ลาว หลวงพระบาง เวียงจันทน์ จึงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เพราะบรรยากาศคล้ายไทย มีหมวก หรือร่มเล็กๆ ยาที่จำเป็น ครีมกันแดด ส่วนปลั๊กไฟสามารถใช้ได้ไม่ต้องใช้ตัวแปลงหรือปลั๊กพิเศษ ทริปนี้บนรถมีบริการ free wifi on van ตลอดการเดินทาง
   วันแรก สถานที่ท่องเที่ยว 3 จุดแรกใกล้ ๆ กัน คือ พิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง ซึ่งในอดีตเป็นพระราชวังเก่า จากนั้นชมพระธาตุพูสี บันได้ 320 ขั้น และชมวัดใหม่สุวรรณภูมาราม และชมวัดเชียงทอง
   วันที่สอง ตีห้าครึ่งรถออกจากโรงแรมมาหน้าป้ายวัดแสนสุขาราม ตักบาตรข้าวเหนียว (ราคาชุดละ 100 บาท ติดต่อได้ที่ไกด์ ขนมต่างหาก 50 บาท แนะนำเตรียมจากไทยก็ได้เป็นขนมปังซอง กาแฟซอง โอวันติน ไมโลซอง จากนั้นไปตลาดเช้าชมวิถีชีวิต แล้วแวะร้านกาแฟประชานิยมหน้าตลาด ที่อยู่ริมโขง และต่อไปน้ำตกตาดกวางสี เสร็จจากน้ำตกเดินทางไปวังเวียง
   วันที่สาม ล่องเรือแม่น้ำซองจากนั้นนั่งรถมาเวียงจันทน์ จุดแวะเข้าห้องน้ำและซื้อกาแฟแก้วหรือถุงละ 10,000 กีบ(40-45 บาท รับเหรียญ) ไอศกรีม (30-32 บาท) ที่ปั้มน้ำมันจุดพักรถ จากนั้นเข้าเวียงจันทน์ จุดแรกเป็นหอพระแก้ว ชมไหหินจากทุ่งไหหิน รากไม้แกะสลัก แล้วไปชมวัดสีสะเกด ชมพระธาตุหลวง และปิดท้ายด้วยประตูชัย(ประตูไซ)  
   โรงแรมที่พักในลาวที่ไปพักในครั้งนี้คือ โรงแรมซันเวย์ ในตัวเมืองหลวงพระบาง wifi ยังไม่ค่อยแรง และโรงแรมคำปะเสิด(โรงแรมคำประเสริฐ)  ก่อนถึงวังเวียง wifi ใช้ได้ (อาหารเย็นเข้าไปทานในวังเวียงแล้วย้อนรถมาพัก) เป็นโรงแรม 3 ชั้น คือเป็นชั้น1 เป็นชั้นใต้ดิน,  ชั้น 2 เป็นลอบบี้ และชั้นสาม คือ ชั้นสองที่มองเห็นจากริมถนน
หอพระบาง

วัดเชียงทอง

ตักบาตรข้าวเหนียว หลวงพระบาง (มีเบาะรองให้)

 
 จุดดำๆมุมบนซ้าย ตอนแรกคิดว่าจานบิน พอขยายดูที่แท้ก็นก

โรงแรมคำประเสริฐ ต้องใช้รูปกุญแจบอกเบอร์ห้องเสียบให้เขาล็อค

ตู้ไปรษณีย์ลาวสวยจนน่าถ่ายรูป
ของฝากลาว ของที่ระลึก หลวงพระบาง เวียงจันทน์
1.เสื้อยืดสะบายดี ตัวละ 60 บาท ที่ตลาดค่ำหลวงพระบสงร้านกลางๆ แถวขวา และน้ำตกตาดกวางสี ร้านแรก 
2. ผ้าไหมทอมือ ผืนละ 400 บาท จับดูนุ่มมือไม่ลื่น ซื้อที่ลานพระธาตุหลวงฝั่งที่ต้องเดินข้ามไปนิดร้านแรก 400 บาท ตลาดมือหลวงพระบางผีนละ 400-500 บาท 
3.ผ้าถุงกระโปรงเย็บสำเร็จผ้าทอโรงงาน จับดูลื่นๆ ซื้อที่ลานพระธาตุหลวงฝั่งที่ต้องเดินข้ามไปนิดร้านแรก 5 ชื้น 400 บาท
4.ภาพแขวนโรยกากเพชรสถานที่สำคัญลาว ผืนใหญ่ 150 บาท
5. กระเป๋าซิปประมาณ 5x7นิ้ว ราคา 3 ใบ 100 บาท ปากทางเข้าตลาดมืดหลวงพระบาง 
6. กระเป๋าสะพาย 2 ใบ 150 บาท ซื้อที่ลานพระธาตุหลวงฝั่งที่ต้องเดินข้ามไปนิดร้านสอง แม่ค้าลดให้เองก่อนขึ้นรถ
7. สาหร่ายน้ำจืดแผ่น ถุงใหญ่ 5 ถุง 200 บาท สาหร่ายแผ่นใส่ถุงมีงาโรย มะเขือเทศแห้ง กระเทียมแห้งติดมาด้วย 
8. ตุ้มหูเงิน 6 คู่ 100 บาท (13 คู่ 200 บาท) กำไลเงินกลม คู่ละ 300 บาท(อันละ 150 บาท) , กำไลเงินแบน อันละ 100 บาท
9. ส้มโอ ผลละ 10,000 กีบ ซื้อร้านข้างทางจากหลวงพระบางมาวังเวียง
10. ปลาแห้ง ปลาทอด ราคาต่อรองได้ ซื้อข้างทางจากวังเวียงมาเวียงจันทน์
11. กาแฟดาว ราคาในลาวถูกกว่าไทยไม่มาก
12. ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ปักคำว่าหลุยวิตตองส์ 

การซื้อสินค้าจากลาว สามารถใช้เงินไทยได้เรทดีอยู่แล้ว 

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ระหัดมินิ Micro Wisdom ระหัดวิดน้ำกังหันลมขนาดเล็กสำหรับโชว์ จัดสวน จัดบูธ

ในอดีต ระหัดวิดน้ำ เป็นเครื่องมือทางการเกษตรสำหรับเกษตรกรชาวสวน ชาวนาเกลือ ที่ใช้วิดน้ำหรือดูน้ำเข้าสวน วิดน้ำหรือดูดน้ำอออกจากสวน ปัจจุบันมีราคาแพง มีการใช้น้อยลง บทบาทหน้าที่ระหัดจึงเปลี่ยนไปเป็นระหัดมินิ Micro Wisdom ระหัดวิดน้ำกังหันลมขนาดเล็กสำหรับโชว์ จัดสวน จัดบูธ หรือนำมาใช้บำบัดน้ำเสียด้วยการดูดน้ำขึ้นมาแล้วปล่อยคืนสู่บ่อให้ให้น้ำได้รับออกซิเจน มีทั้งแบบใช้มอเตอร์และแบบใช้กังหันลม
    ทางร้านหรือโรงระหัดแห่งนี้มีคุณนิรันดร์ (086-801-4544, 0-3446-7937) เป็นผู้ดูแลกิจการ ยังคงรับต่อระหัดวิดน้ำดัวยแรงลมหรือแรงเครื่องยนต์สามารถตั้งโชว์และใช้งานตามขนาดที่ต้องการตามวัตถุประสงค์ ทั้งระหัดแบบรางและระหัดแบบวงล้อ และเรือรดน้ำ-ฉีดยาด้วยไม้ต่างๆและทุกขนาด รวมทั้งมีไม้พายจำหน่าย น่าจะเป็นโรงระหัดแห่งเดียวในคลองดำเนินสะดวก อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาครที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ระหัดมินิ Micro Wisdom
ระหัดวงล้อ หรือ ระหัดวง หรือ หลุก Mini Water Wheel
ระหัดมินิ Micro Wisdom
ระหัดมินิ Micro Wisdom
ขนาดตั้งแต่ 150 ซม ขึ้นไป
เปรียบเทียบขนาดกับตะกร้าใส่ผลไม้ชาวสวน
เปรียบเทียบขนาดกับตะกร้าใส่ผลไม้ชาวสวนกับขนาดของคน
เปรียบเทียบขนาดกับตะกร้าใส่ผลไม้ชาวสวนกับขนาดของคน
ระหัดวิดน้ำแบบวงล้อหรือหลุก

 เปรียบเทียบขนาดกับถังน้ำมัน200ลิตรสองถัง
กังหันลมทำให้ระหัดหมุนโดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงมีหลายแบบหรือสามารถเลือกใช้แบบติดมอเตอร์ได้
หลุก หรือระหัดวง ขนาด 70-100 ซ.ม.โชว์ตามสวน สถานที่จัดนิทรรศการ

หลุก หรือระหัดวง ขนาด 4-5 เมตร สำหรับใช้ในบ่อน้ำจริง ติดตั้งแถวอัมพวา สระบุรี 
ไม้พายมีทั้งแบบไม้ธรรมดาทั่วไป และไม้สัก หล่นลงน้ำลอยน้ำ ไม่จม


วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

วิธีทำให้เว็บไซต์บล็อก Blogspot แสดงชื่อบทความ

วิธีทำให้เว็บไซต์บล็อก Blogspot แสดงชื่อบทความ
แบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรก คือแสดงชื่อบทความทั้งหมด โดยการใช้รายชื่อลิงค์ ซึ่งสามารถกำหนดเองได้ และ แบบสอง แสดงรายชื่อบทความยอดนิยม 10 บทความ
แบบแรก
1. เลือก "รูปแบบ" จากมุมจอด้านซ้ายมือ (ถ้าไม่มี ให้กดรูปไฟล์หรือกระดาษซ้อนกัน 2 แผ่น ข้างรูปดินสอ เลือก "รูปแบบ") (เมื่อเข้าไปครั้งแรกอาจไม่มีแถบเครื่องมือด้านซ้ายมือของจอ ให้ดูบริเวณกลางจอ จะพบรูปดินสอกับรูปไฟล์หรือรูปกระดาษสองแผ่น)
2. คลิ๊กเลือก "เพิ่ม Gadget" ขอแนะนำให้เลือกเพิ่มด้านซ้ายแถบเพิ่ม Gadget ที่อยู่ด้านบนของ "คลังบทความ" เมื่อคลิ๊ก "เพิ่ม Gadget" แล้วจะมีหน้าต่าง "เพิ่ม Gadget" ให้เลือกคลิ๊กเพื่อเพิ่ม Gadget
3. มีรายการให้เลือก ให้เลือกหัวข้อ "รายชื่อลิงค์" รูปคล้ายโซ่ หรือวงกลมสองวงติดกันมีขีดตรงกลาง จะมีกล่องข้อความหรือหน้าต่างข้อความ "รายชื่อลิงค์" (หรือถ้ามีข้อความว่า "แก้ไข" ด้านขวาล่างของ Gadget นั้น ให้คลิ๊ก "แก้ไข" (อักษรน้ำเงิน) จากนั้นเมื่อมีรายการให้เลือก ให้เลือกหัวข้อ "รายชื่อลิงค์")
4. บรรทัดบนสุดพิมพ์มีข้อความว่า "ชื่อ" ให้พิมพ์ข้อความ "บทความทั้งหมด" หรือตั้งชื่อตามต้องการ เช่น รายการบทความ รายการบันทึก ส่วนบรรทัดสอง-จำนวนลิงค์ และบรรทัดสาม-การเรียง ไม่ต้องพิมพ์ข้อความใดๆ  บรรทัดสี่-ชื่อเว็บไซต์ใหม่ ให้พิมพ์ "ชื่อบทความที่ต้องการลิงค์" และบรรทัดห้า-"URL ของไซต์ใหม่" ให้Copy Link Address บทความที่ต้องการ โดยการคลิ๊กขวาที่ชื่อบทความที่เป็นลิงค์ หรือคลิ๊กจากช่องชื่อเว็บไซต์แล้วนำมาวางบน URL ของไซต์ใหม่ จากนั้นกด "เพิ่มลิงค์"(สีจางๆ)ใต้ช่อง URL ของไซต์ใหม่ "เพิ่มลิงค์"จะเป็นสีเข้มชัดให้กดอีกครั้งจะมีชื่อบทความอยู่ด้านล่าง ทำไปทีละบทความจนครบตามต้องการ (ลูกศรขึ้นลงหน้าชื่อบทความ เป็นการเลื่อนลำดับบทความ เพื่อจัดลำดับ ว่าต้องการให้บทความใดอยู่บนหรือล่าง)
5. กดบันทึกใต้ชื่อบทความที่เพิ่ม จะกลับสู่หน้าจอ "รูปแบบ"
6. กด" บันทึกการจัดเรียง" กด "แสดงตัวอย่าง" บริเวณมุมบนขวา พื่อดูตัวอย่าง แล้วปิดการแสดงตัวอย่าง (อาจกดแสดงตัวอย่างก่อน เพื่อดูแล้วค่อยกดบันทึกการจัดเรียง แต่ต้องระวังอย่ากดผิด หากไม่แสดงแบบใหม่ที่มีชื่อบทความให้ลองเข้าใหม่ด้วยเว็บเบราเซอร์อื่นๆ หรือปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่หรือ F5
   จากนั้นเมื่อมีบันทึกหรือบทความใหม่ หรือต้องการเพิ่มชื่อบทความใหม่ทำคล้ายกันเปลี่ยนเพียงสามารถเลือกที่บทความทั้งหมด ไม่ต้องไปเพิ่ม Gadget ดังนี้ 
1. เลือก "รูปแบบ" จากมุมจอด้านซ้ายมือ (ถ้าไม่มี ให้กดรูปไฟล์หรือกระดาษซ้อนกัน 2 แผ่น ข้างรูปดินสอ เลือก "รูปแบบ") (เมื่อเข้าไปครั้งแรกอาจไม่มีแถบเครื่องมือด้านซ้ายมือของจอ ให้ดูบริเวณกลางจอ จะพบรูปดินสอกับรูปไฟล์หรือรูปกระดาษสองแผ่น)
2. คลิ๊กเลือก "บทความทั้งหมด" ที่เราเพิ่มไว้ กรณีนี้เพิ่มด้านซ้ายแถบ
3. มีข้อความว่า "แก้ไข" ด้านขวาล่างของ "บทความทั้งหมด" ให้คลิ๊ก "แก้ไข" (อักษรน้ำเงิน) จากนั้น
4. หน้าต่าง "บทความทั้งหมด" บรรทัดสอง-จำนวนลิงค์ และบรรทัดสาม-การเรียง ไม่ต้องพิมพ์ข้อความใดๆ  บรรทัดสี่-ชื่อเว็บไซต์ใหม่ ให้พิมพ์ "ชื่อบทความที่ต้องการลิงค์" และบรรทัดห้า-"URL ของไซต์ใหม่" ให้Copy Link Address บทความที่ต้องการ โดยการคลิ๊กขวาที่ชื่อบทความที่เป็นลิงค์ หรือคลิ๊กจากช่องชื่อเว็บไซต์แล้วนำมาวางบน URL ของไซต์ใหม่ จากนั้นกด "เพิ่มลิงค์"(สีจางๆ)ใต้ช่อง URL ของไซต์ใหม่ "เพิ่มลิงค์"จะเป็นสีเข้มชัดให้กดอีกครั้งจะมีชื่อบทความอยู่ด้านล่าง ทำไปทีละบทความจนครบตามต้องการ (ลูกศรขึ้นลงหน้าชื่อบทความ เป็นการเลื่อนลำดับบทความ เพื่อจัดลำดับ ว่าต้องการให้บทความใดอยู่บนหรือล่าง)
5. กดบันทึกใต้ชื่อบทความที่เพิ่ม จะกลับสู่หน้าจอ "รูปแบบ"
6. กด" บันทึกการจัดเรียง" กด "แสดงตัวอย่าง" บริเวณมุมบนขวา พื่อดูตัวอย่าง แล้วปิดการแสดงตัวอย่าง (อาจกดแสดงตัวอย่างก่อน เพื่อดูแล้วค่อยกดบันทึกการจัดเรียง แต่ต้องระวังอย่ากดผิด หากไม่แสดงแบบใหม่ที่มีชื่อบทความให้ลองเข้าใหม่ด้วยเว็บเบราเซอร์อื่นๆ หรือปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่หรือ F5
แบบสอง
1. เลือก "รูปแบบ" จากมุมจอด้านซ้ายมือ (ถ้าไม่มี ให้กดรูปไฟล์หรือกระดาษซ้อนกัน 2 แผ่น ข้างรูปดินสอ เลือก "รูปแบบ") (เมื่อเข้าไปครั้งแรกอาจไม่มีแถบเครื่องมือด้านซ้ายมือของจอ ให้ดูบริเวณกลางจอ จะพบรูปดินสอกับรูปไฟล์หรือรูปกระดาษสองแผ่น)
2. คลิ๊กเลือก "เพิ่ม Gadget" ขอแนะนำให้เลือกเพิ่มด้านซ้ายแถบเพิ่ม Gadget ที่อยู่ด้านบนของ "คลังบทความ"ของเราซึ่งจะแสดงเป็นรายเดือน เมื่อคลิ๊กแล้วจะมีรูปแบบให้เลือก
3. เลือกหัวข้อ "บทความที่ได้รับความนิยม"
4. เมื่อคลิ๊กบทความที่ได้รับความนิยม ให้เลือกหาจากหน้าต่างที่ขึ้นมาให้เลือก จะมี 3 ส่วนให้เลือก คือ ชื่อ-ดูมากที่สุด และแสดง
    4.1 ดูมากที่สุด -ให้คลิ๊กเลือกเวลาทั้งหมด เพื่อแสดงบทความทั้งหมด(ไม่เกิน 10 รายการ) หากเลือก 30 วัน กรณีช่วง 30 วันไม่มีคนดูบทความนั้นก็จะไม่ขึ้นมาแสดง แม้ในบล็อกจะมีเกิน 10 บทความ แต่จะแสดงจำนวนบทความที่มีคนดูในรอบ 30 วันเท่านั้น (ส่วน 7 วัน ยิ่งไม่แนะนำ)
    4.2 แสดง-ชื่อบทความและมีให้เลือกอีก 2 ข้อมูล คือภาพขนาดย่อ และตัวอย่างข้อมูล ซึ่งเป็นตัวอย่างบทความ ทางระบบคลิ๊กข้อมูลที่เลือกไว้ให้แล้วขอแนะนำให้คลิ๊กอีกครั้งในช่องสี่เหลี่ยมเพื่อเปลี่ยนจากแสดงภาพ เป็นไม่แสดงภาพ และคลิ๊กช่องสี่เหลี่ยมจากแสดงตัวอย่างให้เป็นไม่ต้องแสดงตัวอย่าง ทั้งนี้เพื่อไม่ต้องแสดงทั้งสองส่วน คือ ไม่ต้องแสดงภาพ และตัวอย่างข้อมูล เพื่อประหยัดพื้นที่ด้านข้าง
5. กดบันทึก (ในหน้าต่างนั้น ที่มีให้เลือก บันทึก/ยกเลิก/ลบ
6. จากนั้นกดบันทึกการจัดเรียง ที่แถบบนด้านขวามือของจอ (สีส้ม)
   ขอเสริมเรื่องการแก้ปัญหาวิธีการแทรกไฟล์ PDF ลงในบล็อก Blogspot ไม่ได้ ต้องแก้ให้เป็นไฟล์รูปภาพหรือ jpg ก่อน หรือฝากไว้เว็บอื่น เช่น gotoknow แล้วทำลิงค์เชื่อมไป

 (วิธีทำให้เว็บไซต์ Blogspot ของ Bloger แสดงชื่อบทความ วิธีทำให้เว็บไซต์ Blogspot แสดงชื่อบทความ, วิธีทำให้บล็อก Blogspot แสดงชื่อบทความ )

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

โรงแรมที่พักในพม่า ที่ทัวร์ไทยนิยมจัดให้คนไทยพัก

โรงแรมที่พักในพม่า  ที่ทัวร์ไทยนิยมจัดให้คนไทยพัก
   ขอแนะนำที่เคยไปพัก เนื่องจากบางโรงแรม หาข้อมูลจาก pantip แล้ว ไม่พบข้อมูล
   โรงแรมกานดอยี Kandowyi Hotel หรือ โรงแรม Kandawgyi Palace Hotel เป็นโรงแรมที่น่าพัก ได้มาตรฐาน ชั้นล่างจะมีระเบียงชมทะเลสาบ ไปพม่าครั้งแรกได้พักที่นี่
   โรงแรมย่างกุ้ง Rangon Hotel หรือ Yangon Hotel และ โรงแรมออร์คิด โฮเต็ล Orchid Hotel เป็นโรงแรมหนึ่งที่ทัวร์คนไทยไปพักระดับ 3 ดาว
   ส่วน โรงแรม เพลสเซ่น วิว โฮเต็ล - โรงแรม Pleasant View Hotel หรือ โรงแรม Pleasant View Hotel Shwegontaing Yangon (PVH) ไม่ขอแนะนำให้ทัวร์ไปพัก  แม้เพิ่งเปิดบริการเป็นทางการปลายเดือนมีนาคม 2557 ได้เข้าพักต้นเมษายน 2557 ไม่ขอแนะนำให้ทัวร์ไปพัก เพราะ 1) เกิดปัญหาผู้เข้าพักกรุ๊ปเราเองออกจากห้องไม่ได้เพราะกุญแจเปิดไม่ได้ต้องให้เจ้าหน้าที่ถอดชุดกุญแจล็อคออกทั้งยวง และห้องใกล้กัน (ชั้น4) อีก 2 ห้องก็ถูกขังออกไม่ได้เหมือนกัน(รู้สึกเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศด้วย) ส่วนชั้นสองก็ไขไม่ได้ต้องไปช่วยไขให้เกือบยี่สิบรอบจึงไขเข้าไปได้ , 2) ห้องอาหารเช้า คือบริเวณหน้าเคาเตอร์ต้อนรับคับแคบรับได้ไม่เกิน 30 คน หากมีทัวรสองกรุ๊ปต้องใช้บริการทีละกรุ๊ป เพราะอีกกรุ๊ปที่มาก่อนนั่งกระจายกันเต็มแล้ว ต้องรอให้กลุ่มแรกทานเสร็จก่อน พอโต๊ะว่างปรากฎว่าอาหารหมดเกลี้ยงหรือบางรายการเหลือนิดเดียว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำเตรียมไว้ให้กลุ่มที่ทานทีหลังต้องรอเกือบยี่สิบนาที 3) วันที่ไปพัก เมื่อนำกระเป๋าลงมา ปรากฎว่าเพราะความคับแคบ กระเป๋าแม้จะแยกกันวางก็ยังอยู่ใกล้กัน กรุ๊ปทัวร์ที่ลงมาก่อนเพราะไปพระธาตุอินทร์แขวน รอกระเป๋าลูกทัวร์สองคนที่ยกไปเอง ได้รวบกระเป๋ามีม่วงและสีดำของกรุ๊ปเราไปสองไป และไม่แสดงความรับผิดชอบส่งคืนหรือขอโทษ เมื่อโทรไปถามโยนความผิดให้ลูกทัวร์กรุ๊ปนั้น ซึ่งเราคิดว่ากระเป๋าสีม่วงไม่น่าซ้ำกันแน่นอน แทนที่จะกลับรถมาส่งกระเป๋ากลับไปฝากซุปเปอร์มาเกตแถวสนามบินให้คณะเราต้องเสียเวลาไปรับคืน (กำลังตรวจสอบว่าทัวร์ไทยคณะนั้นบริษัทใด) ส่วนดีของโรงแรม คือ พอดีคณะทัวร์ลืมสร้อยเชือกไว้ในห้อง เจ้าหน้าที่โรงแรมก็นำมาถามหาเจ้าของ
   โรงแรมที่พักบนพระธาตุอินทร์แขวน มี 3 แห่ง คือ โรงแรม  เมาเทน ทอป Mountain Top Hotel (อย่าจำเป็นโรงแรม ทอป เมาเทน Top Mountain Hotel) และ โรงแรมไจ๊โท Kyaithoo Hotel  ที่อยู่ก่อนถึงบันไดขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน และโรงแรม โย โย เลย์ Yoe Yoe Lay Hotel ที่อยู่เลยองค์พระธาตุไปนิดเดียว ขอแนะนำโรงแรมโย โย เลย์ เลย เพราะโรงแรม Yoe Yoe Lay Hotel อยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวน ห้องพักมี 3 แบบ คือ ติดแอร์ราคาคืนละ 100 USD ส่วนห้องธรรมดา มีห้องน้ำ น้ำอุ่น และตู้เย็น แต่ไม่มีตู้เสื้อผ้ามีแต่ไม้แขวนให้ 2 อันไว้แขวนกับประตูตู้เย็น 85 USD และสุดท้ายห้องราคาประหยัดสำหรับบรรดา Backpager มีเตียงกับที่นอนเต็มห้อง ใช้ห้องน้ำรวม 60 USD

 ด้านหน้าโรงแรม Pleasant View Hotel
สภาพห้องพักเหมือนโรงแรมทั่วไป 
 บริเวณเคาเตอร์ต้อนรับกับห้องอาหาร นั่งได้ทีละกรุ๊ปทัวร์ 
ก้านบิดประตูห้อง บิดแล้วเปิดไม่ได้ 
เมื่อเดินถึงองค์พระะาตุ มองทางขวามือจะพบป้ายโรงแรม
ทางลงโรงแรม โย โย เลย์ Yoe Yoe Lay Hotel 
อยู่เลยองค์พระธาตุนิดเดียวทางขวามือ 
โรงแรม โย โย เลย์ Yoe Yoe Lay Hotel 
ห้องติดแอร์ราคาคืนละ 100 USD ด้านหน้าเป็นลานรับประทานอาหาร
   
โรงแรม โย โย เลย์ Yoe Yoe Lay Hotel  ห้องพักแบบธรรมดา
ห้องธรรมดา มีห้องน้ำ น้ำอุ่น และตู้เย็น แต่ไม่มีตู้เสื้อผ้า 85 USD
 
สุดท้ายห้องราคาประหยัดสำหรับบรรดา Backpager 
มีเตียงกับที่นอนเต็มห้อง ใช้ห้องน้ำรวม 60 USD

วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2557

โรงแรม ไวท์ โฮเต็ล ชะอำ ที่พักราคาถูกริมหาดชะอำ

       ขอแนะนำที่พักริมชายหาดชะอำ เป็นโรงแรมที่พักราคาถูกแถบแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลที่ได้ไปพักมา หลังจากเคยแนะนำโรงแรมบีทู จอมเทียนไปแล้ว ครั้งนี้ขอแนะนำโรงแรม ไวท์ โฮเต็ล ชะอำ ที่พักราคาถูกริมหาดชะอำ White Hotel Cha-am ห้องแอร์ราคา 600-700 บาท wifi ฟรี มีห้องพักบริการ 30 ห้อง ไม่มีบริการอาหารเช้า แต่คงไม่เป็นปัญหาสำหรับถนนสายริมหาดเช่นนี้ (ถนนร่วมจิตต์) เมื่อถึงถนนริมหาดหรือถนนร่วมจิตต์ให้เลี่ยวขวาประมาณ 500 เมตรจะพบร้านเซเว่น ให้ขับเลยไป เลยสาวิตรีรีสอร์ท อยู่ติดนฤมลลักกี้เฮ้าส์ ก่อนถึงร้านเซเว่นที่สองในด้านนั้น ซึ่งร้านเซเว่นที่ริมหาดชะอำเรานับคร่าว ๆ ได้ 7-8 ร้านทีเดียว (น่าสนใจทั้งสามแห่ง แต่ไปช่วงคริสมาต แต่อีกสองแห่งเหลือห้องพักไม่พอต่อความต้องการของคณะเราที่ไปสองคันรถตู้) ส่วนร้านอาหารแถบนี้คงต้องยกให้ร้านเม็ดทราย แถวสะพานปลา เลยวัดเนรัญชรารามไปนิดเดียว หรือร้านสังเวียน ซีฟู๊ด ร้านชื่อดังแถบชะอำ-หัวหิน ที่หลายคนรู้จักดี (ถนนเพชรเกษมสายเก่าตรงปั้ม ปตท.แถวสถานที่ก่อสร้าง ซี แซนด์ )
สุดท้ายต้องขอขอบคุณในความซื่อสัตย์ของโรงแรม ไวท์ โฮเต็ล ที่ช่วยเก็บโทรศัพท์มือถือของคณะเราที่ลืมไว้ในห้องและโทรแจ้งพวกเราให้ทราบ โดยที่เจ้าของ(วัยนักเรียน)ยังไม่รู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่โรงแรม
ป้ายทางเข้าไวท์โฮเตล ถึงหาดชะอำเลี้ยวขวาประมาณ 800 เมตร เลยเซเว่นแรก เลยสาวิตรีรีสอร์ท
มีลานจอดรถประมาณ 10 คัน อยู่ติดนฤมลลักกี้เฮ้าส์ เลยไปนิดมีเซเว่นแห่งที่สอง
มุมล่างขวาจะเห็นป้ายติดต่อที่พัก 032-472-118
บรรยากาศภายในห้องพัก
มีตู้เย็น น้ำอุ่น เคเบิ้ลทีวี โต๊ะ อ่างอาบน้ำ (ส่วนโน๊ตบุ๊คนำมาเอง)

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โรงแรม B2 จอมเทียน ที่พักราคาเบากระเป๋า ใกล้โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน

    โรงแรม B2 จอมเทียน ที่พักราคาเบากระเป๋า ใกล้โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน เหมาะสำหรับผู้ที่ไปอบรมสัมมนาที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน แล้วมีผู้ติดตามไปด้วย ทั้งนี้เพราะบ่อยครั้งที่หน่วยราชการและองค์กรปกครองท้องถิ่น และบริษัทต่าง ๆ มักจัดอบรมแถวพัทยา ซึ่งโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จะเป็นตัวเลือกหนึ่ง เพราะมีห้องพักนับพันห้อง รองรับคนได้มากกว่า 2,000 คน แต่ติดปัญหาที่ผู้ร่วมสังเกตการณืหรือผู้ติดตามที่ต้องการโรงแรมราคาย่อมเยา แต่ไม่ไกลจากโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียนมาก โรงแรมบีทูจอมเทียน ในเครือโรงแรมบีทู (B2)จึงเป็นตัวเลือกที่น่าแนะนำ เนื่องจากมีราคาไม่แพง เริ่มต้นเพียง 600 บาท (ไม่มีอาหารเช้า) ติดโรงแรมมีร้านอาหารตามสั่ง จานละ 35 บาท ให้เลือกชิมได้ อยู่ในซอยไม่ไกลนักสามารถเดินไปหาดจอมเทียนเพื่อแวะร้านปูเป็น หรือร้านลุงไสวได้ และอยู่ใกล้โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียนห่างกันเพียง 2.8 ก.ม. (ไม่ถึง 3 ก.ม.) หากนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างจากโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ราคา 60 บาท (ท่าอยู่ที่สะพานลอย) หรือนั่งรถสองแถวสีขาว สายพัทยา-นาเกลือ-สัตหีบ ราคาเพียง 10 บาท (รถสองแถวสีฟ้า พัทยา-บ้านแง้ว ก็ผ่าน) โรงแรมบีทูกำลังทำห้องอาหาร แต่สามารถทานอาหารที่ร้านติดโรงแรมได้ในราคาปกติ ในส่วนที่จอดรถ สามารถจอดรถยนต์ได้ 25 คัน
    โรงแรมบีทู หรือ โรงแรม B2 นั้นในพัทยามี 3 แห่ง โดยระหว่างโรงแรมบีทูจอมเทียนกับโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียนจะมีโรงแรมบีทู เดอะวิว อยู่ติดชายหาดจอมเทียนที่พักเริ่มต้นคืนละ 1,000 บาท เทียบแล้วถูกกว่าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์เล็กในกับรรยากาศในส่วนห้องติดริมทะเล หรือ Sea View นอกจากนี้ยังมีกระจายทั่วประเทศใน Concept โรงแรมB2 Boutique Budget ที่มีกระจายทั่วประเทศทั้งเชียงใหม่ที่ทีถึง 3 แห่งเป็นอย่างน้อย เชียงราย ภูเก็ต พัทยา และในกรุงเทพ และมีโรงแรม B2 มหิดลอีกด้วย
    สำหรับผู้ที่อยู่กรุงเทพฯ หากขับรถไปโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียนก็สะดวกเพราะขึ้นทางด่วยบูรพาวิถีแล้วเลี้ยวซ้ายที่เลี่ยงเมืองชลบุรี(ดูป้ายพัทยา) แล้วเลี้ยวซ้ายที่พัทยากลาง เท่านั้นก็ถึงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ (ขับเรื่อย ๆ 90-100 กม./ชั่วโมง) ขากลับเมื่อถึงพัทยากลางให้ขับตรงไปทางพัทยาเหนือจะมีจุดเลี้ยวเข้าบูรพาวิถี หรือเมื่อถึงพัทยากลางแล้วขึ้นสะพานเลี้ยวซ้ายเข้าสาย 7 มอเตอร์เวย์ขับตรงไปเรื่อย ๆ สุดทางเป็นด่านเก็บเงินเข้ามอเตอร์เวย์(ที่มีร้านเซเว่นและปั้มกลางทาง) สามารถขับไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายกาญจนาภิเษก(บางนา) ให้กลับสายใต้ใหม่ได้
    ส่วนผู้ที่อยู่กรุงเทพฯ หากต้องการหารถโดยสารหรือรถตู้ไปโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน ซึ่งตั้งอยู่อำเภอสัตหีบ จึงแนะนำให้ขึ้นรถตู้สัตหีบ ซึ่งมีทั้งสายใต้ เที่ยวแรก 05.30 น. ค่ารถ 160 บาท รถออกทุก 1 ชั่วโมง จากหมอชิต เที่ยวแรก 03.40 น. รถออกทุก 50 นาที หรือเอกมัย เที่ยวแรก 05.40 น. รถออกทุก 50 นาที ในส่วนของสายใต้ขึ้นได้ที่ชานชลา 1 ข้าง SC พลาซ่า สามารถดูในเว็บไซต์ได้ หรือดูจาก Facebook สัตหีบเพชรรุ่งเรือง หรือพัทยาแวน

โรงแรมบีทู จอมเทียน (โรงแรมB2จอมเทียน)

โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน อ.สัตหีบ
(ก่อนถึงจะมีโชว์รูมนิสสันสำหรับคนนั่งรถสองแถวสีขาวเป็นจุดสังเกต)
(ฝั่งโรงแรมจะมีห้างโลตัส เอกเพรส ฝั่งฝั่งตรงข้ามจะมีห้างเซเว่น)

คีย์การ์ดเข้าห้องพัก

ในตู้เย็นมีน้ำฟรี 2 ขวดเป็นขวดแก้ว ส่วนน้ำบีทู B2 สีส้ม ขวดละ 5 บาท

ยาสระผม สบู่(กล่อง) หมวกคลุมผมอาบน้ำ

ห้องน้ำ

ระเบียบนอกห้องพักนั่งชมวิว (ระวังประตูบานเลื่อนสีขาวหนีบมือ)

ประตูบานเลื่อนออกนอกระเบียง ต้องระวังหนีบมือ

สุดซอยนี้เป็นร้านปูเป็น คนเยอะมาก

ทางเข้าโรมแรมบีทูจอมเทียน (โรงแรม B2 จอมเทียน) เข้าซอยไป 150 เมตร(3-5 นาที)
ใกล้ร้านอาหารลุงไสวและร้านปูเป็น

ทางเข้าโรมแรมบีทูจอมเทียน (โรงแรม B2 จอมเทียน)

ทางเข้าโรงแรมบีทูจอมเทียน จุดสังเกตช่วงกลางถนนจะมีป้ายนี้

ป้ายสุดเขตเมืองพัทยาทางเข้าโรมแรมบีทูจอมเทียน (โรงแรม B2 จอมเทียน) อีกฝั่ง
สามารถรอรถสองแถวสีขาวไปโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ได้

รถสองแถวสีขาวพัทยา-สัตหีบ 10 บาท (ในภาพรถจอดหน้าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน

พรทิพย์รีสอร์ท ที่พักที่ใกล้ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน (ไม่ทราบรายละเอียด)
จุดลงรถสองแถวข้ามสะพานลอยไปโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้ จอมเทียน
(สังเกตโชว์รูมมิซูบิชิ และนิสสัน ถ้าถึงโชว์รูมนิสสัน ค่อยกดกริ่ง)

ปิดท้ายด้วย หาดจอมเทียนยามเย็น เลยร้านปูเป็นไปนิด จากโรงแรมบีทูจอมเทียนเดินประมาณ 8-10 นาที ถ้าขับรถจากโรงแรมไม่น่าเกิน 2 นาที